วิเคราะห์บอล [ บอลโลก 2026 ] เกาหลีใต้ VS สาธารณรัฐเช็ก

โพสต์โดย : Admin เมื่อ 11 มิ.ย. 2569 10:07:10 น. เข้าชม 0 ครั้ง


เกาหลีใต้

12 มิ.ย. 2569

สาธารณรัฐเช็ก



"โสมขาว" บู๊ "นาโรดัก" เปิดฉากสงครามลูกหนังกรุ๊ปเอชิงแต้มแรกศึกฟุตบอลโลก 2026


บอลโลก 2026 | เกาหลีใต้ VS สาธารณรัฐเช็ก (สนามกลาง) | วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน 2026


พรีวิว

การแข่งขันบอลโลก 2026 ในนัดเปิดสนามของกลุ่ม เอ กำลังจะระเบิดความมันขึ้นที่เมืองกวาดาลาฮารา ในวันพฤหัสบดีนี้ โดยเป็นการโคจรมาพบกันระหว่าง ทัพเกาหลีใต้ และ สาธารณรัฐเช็ก ซึ่งทั้งสองทีมต่างต้องการเก็บสามแต้มแรกให้ได้เพื่อกุมความได้เปรียบ เนื่องจากในกลุ่มนี้ยังมีเพื่อนร่วมสายที่น่ากลัวอย่าง แอฟริกาใต้ และหนึ่งในเจ้าภาพร่วมอย่าง เม็กซิโก โดยมีเพียงแค่ทีมอันดับหนึ่งและอันดับสองของกลุ่มเท่านั้นที่จะได้สิทธิ์ผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ต่อไป


แมตซ์ พรีวิว

เกาหลีใต้

ทัพ"โสมขาว" พร้อมแล้วสำหรับการลงเล่นฟุตบอลโลกเป็นครั้งที่ 12 ในประวัติศาสตร์ ซึ่งถือเป็นสถิติที่มากที่สุดในบรรดาประเทศจากทวีปเอเชีย และทัวร์นาเมนต์ที่ประเทศเม็กซิโกครั้งนี้ยังเป็นการผ่านเข้ารอบสุดท้ายเป็นครั้งที่ 11 ติดต่อกันอีกด้วย อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่พวกเขาส่งทีมเข้าร่วมแข่งขันครั้งแรกในปี 1986 ทีมเกาหลีใต้ เพิ่งจะคว้าชัยชนะไปได้เพียงแค่ 7 นัดเท่านั้น จากการลงเล่นทั้งหมด 38 เกมในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก ซึ่งชัยชนะส่วนใหญ่เกิดขึ้นในตอนที่พวกเขาเป็นเจ้าภาพร่วมเมื่อปี 2002 โดยในชุดนั้นมี ฮง มยอง-โบ ทำหน้าที่เป็นกัปตันทีมระดับตำนาน และในครั้งนี้เขาจะกลับมานำทัพเกาหลีใต้ ลุยศึกฟุตบอลโลกเป็นครั้งที่สองในฐานะกุนซือ หลังจากที่เคยพาทีมตกรอบแบ่งกลุ่มอย่างน่าผิดหวังในศึกบราซิล 2014

ผลงานของทีมชุดนี้ภายใต้การคุมทีมของ ฮง มยอง-โบ ถือว่าไม่ธรรมดา เพราะพวกเขาเป็นทีมเดียวที่ไม่แพ้ใครเลยตลอดการแข่งขันรอบคัดเลือกโซนเอเอฟซี (เอเชีย) โดยเก็บชัยชนะได้ถึง 11 นัด และเสมอ 5 นัด พร้อมกับระเบิดสกอร์ถล่มทลายไปถึง 40 ประตู ซึ่งมีเพียงทีมเดียวที่พวกเขาไม่สามารถเอาชนะได้คือ ปาเลสไตน์ ที่ยันเสมอไปได้แบบสุดเซอร์ไพรส์ทั้งสองนัด ทว่าพวกเขาก็ยังจบอันดับหนึ่งโดยมีคะแนนทิ้งห่างรองแชมป์กลุ่มอย่าง จอร์แดน ถึง 6 คะแนนในรอบแบ่งกลุ่มรอบที่สอง ปัจจุบันเกาหลีใต้ รั้งอันดับ 25 ของโลกจากการจัดอันดับของฟีฟ่า และเพิ่งจะสิ้นสุดการเตรียมความพร้อมด้วยการเอาชนะ เอลซัลวาดอร์ จากลูกฟรีคิกอันแม่นยำของ อี ดอง-กยอง ที่ซัดชัยในรัฐยูทาห์ หลังจากที่ก่อนหน้านั้นไม่กี่วันเพิ่งจะถล่ม ตรินิแดดและโตเบโก ไปขาดลอย 5-0 ทำให้ตอนนี้นักเตะทุกคนได้รับการวอร์มเครื่องมาอย่างยอดเยี่ยม พร้อมสำหรับการเผชิญหน้ากับสาธารณรัฐเช็ก เป็นครั้งแรกในทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลก หลังจากที่เคยเจอกันในเกมกระชับมิตรมา 3 ครั้งก่อนหน้านี้และผลัดกันชนะไปทีมละครั้ง


สาธารณรัฐเช็ก

ทางฝั่งทัพ"นาโรดัก" ต้องเผชิญกับเส้นทางที่ค่อนข้างคดเคี้ยวและสมบุกสมบันกว่า โดยพวกเขาสามารถตั๋วผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลกครั้งนี้มาได้ด้วยการเล่นในรอบเพลย์ออฟของโซนยูฟ่า (ยุโรป) ซึ่งเมื่อปีที่แล้วพวกเขาโดน โครเอเชีย เบียดแย่งแชมป์กลุ่ม แอล ไปอย่างเจ็บปวด หลังจากความพ่ายแพ้อันน่าอับอายต่อ หมู่เกาะแฟโร 1-2 จนทำให้ อิวาน ฮาเช็ค ต้องกระเด็นออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีมไป จากนั้น ยารอสลาฟ คอสเทิล ที่ทำหน้าที่เป็นกุนซือชั่วคราวได้ส่งไม้ต่อให้กับ มิโรสลาฟ คูเบ็ค เฮดโค้ชจอมเก๋าวัย 74 ปีผู้มีประสบการณ์อย่างโชกโชนเข้ามารับหน้าที่แทน

จากประวัติศาสตร์ที่เคยแพ้ สวีเดน ในรอบรองชนะเลิศรอบเพลย์ออฟจนพลาดตั๋วไปลุยกาตาร์ 2022 ทำให้แฟนบอลต่างหวั่นใจว่าพวกเขาน่าจะพลาดโอกาสอีกครั้ง ทว่าพวกเขากลับพกดวงมาเต็มเปี่ยมในการเอาชนะจุดโทษทั้ง สาธารณรัฐไอร์แลนด์ และ เดนมาร์ก หลังจากเสมอกันในเกมอย่างดุเดือด 2-2 ทั้งสองนัด หากย้อนเวลากลับไปในฐานะอดีตรองแชมป์โลกปี 1934 และ 1962 สมัยที่ยังใช้ชื่อว่า เชโกสโลวาเกีย พวกเขาแทบจะไม่สามารถสร้างผลงานที่เป็นชิ้นเป็นอันได้เลยหลังจากแยกประเทศ และนี่ถือเป็นการกลับมาเล่นฟุตบอลโลกครั้งแรกในรอบ 20 ปี นับตั้งแต่ตกรอบแบ่งกลุ่มที่ประเทศเยอรมนีเมื่อปี 2006 อย่างไรก็ดี ความหวังที่จะผ่านเข้าสู่รอบลึกๆ ในครั้งนี้มีเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากผลงานการคว้าชัยชนะมา 6 นัดติดต่อกันในระยะหลัง โดยนับตั้งแต่รวมตัวเข้าแคมป์เก็บตัวก่อนทัวร์นาเมนต์ ทีมของ มิโรสลาฟ คูเบ็ค สามารถเอาชนะ โกโซโว 2-1 และทุบ กัวเตมาลา 3-1 รักษาโมเมนตัมอันยอดเยี่ยมไว้ได้อย่างเหนียวแน่น จุดเด่นของพวกเขานั้นคือการเล่นบอลจังหวะไดเรกต์ที่ไม่อ้อมค้อม และด้วยรูปร่างที่สูงใหญ่ของนักเตะเช็กจะสร้างความยันยับและอันตรายอย่างยิ่งในจังหวะลูกตั้งเตะ เนื่องจากครึ่งหนึ่งของประตูที่ทำได้ในรอบคัดเลือกมาจากจังหวะฟรีคิกและจุดโทษ ซึ่งรวมถึงการได้ประตูจากลูกเตะมุมถึง 7 ครั้งด้วยกัน โดยเกมเปิดสนามเกมนี้นับเป็นเกมนัดแรกจากสองนัดที่พวกเขาต้องลงเล่นในประเทศเม็กซิโก ท่ามกลางความกดดันของสภาพอากาศที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลถึงประมาณ 2,000 เมตร


ฟอร์มล่าสุด

เกาหลีใต้ (ทุกรายการ) : ชนะ ชนะ แพ้ แพ้ ชนะ ชนะ

สาธารณรัฐเช็ก (ทุกรายการ) : ชนะ ชนะ ชนะ ชนะ ชนะ ชนะ


สภาพความพร้อมของทีม

เกาหลีใต้

ความพร้อมของฝั่งเกาหลีใต้ มีทีเด็ดอยู่ที่กัปตันทีมตัวเก่งอย่าง ซน ฮึง-มิน ที่ตอนนี้ต้องการอีกเพียงแค่ 2 ประตูเท่านั้นก็จะทำสถิติเทียบเท่าดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของประเทศอย่าง ชา บุม-กุน ที่ครองสถิตินี้มาอย่างยาวนานถึง 40 ปี โดยกองหน้าจากสโมสร แอลเอเอฟซี รายนี้จะลงสนามเป็นตัวจริงในแนวรุกอย่างแน่นอน นอกเหนือจากนี้เขายังมีสถิติส่วนตัวที่ยอดเยี่ยมโดยมีส่วนร่วมโดยตรงกับ 4 ประตู จาก 10 ประตูหลังสุดที่ทีมชาติทำได้ในฟุตบอลโลก และทำไปถึง 14 ประตูในรอบคัดเลือกโซนเอเชียที่ผ่านมา โดยจะมี ฮวาง ฮี-ชาน, อี แจ-ซอง และ อี คัง-อิน แนวรุกจาก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง คอยทำหน้าที่สนับสนุนและป้อนบอลให้อยู่ด้านหลัง ขณะที่เกมรับจะได้ คิม มิน-แจ ปราการหลังตัวแกร่งจาก บาเยิร์น มิวนิก ลงทำหน้าที่บัญชาการแผงหลังสามตัว ทว่าทีมต้องชวดใช้งาน โช ยู-มิน กองหลังอีกรายที่มีอาการบาดเจ็บที่เท้าจนต้องถอนตัวไป ทำให้ โจ วี-เจ กองหลังที่ยังไม่เคยลงสนามให้ทีมชาติถูกเรียกตัวเข้ามาเสริมทัพแทน

สาธารณรัฐเช็ก

ขณะที่ทางฝั่งสาธารณรัฐเช็ก ถึงแม้ว่าคู่แข่งจะมีดาวดังอย่าง ซน ฮึง-มิน แต่พวกเขาก็มีอาวุธหนักอย่าง พาทริค ชิค กองหน้าจากสโมสร ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน ที่เคยระเบิดฟอร์มซัดไป 6 ประตูจากการลงสนาม 7 นัดในทัวร์นาเมนต์ระดับเมเจอร์ และทำได้อีก 5 ประตูในรอบคัดเลือกที่ผ่านมา โดยเกมนี้จะมี พาเวล ซุลช์ คอยทำหน้าที่เป็นเพลย์เมกเกอร์ตัวสร้างสรรค์เกมอยู่ด้านหลัง โทมัส ซูเช็ค มิดฟิลด์ประสบการณ์สูงที่เพิ่งจะโดนยึดปลอกแขนกัปตันทีมไปเมื่อต้นปีนี้ ทำให้ ลาดิสลาฟ เครจซี เซนเตอร์แบ็กที่จะลงสนามในระบบกองหลังสามตัว จะได้รับหน้าที่สวมปลอกแขนเป็นกัปตันทีมนำทัพลงสนาม โดยมี มาเตจ โคราญ ผู้รักษาประตูฮีโร่จากการเซฟจุดโทษในรอบเพลย์ออฟลงทำหน้าที่เฝ้าเสาเป็นด่านสุดท้าย


คาดการณ์ผู้เล่น

เกาหลีใต้ : คิม ซึง-กิว; อี กี-ฮยอก, คิม มิน-แจ, อี ฮาน-บอม; ซอล ยอง-วู, ฮวาง อิน-บอม, แบค ซึง-โฮ, อี แท-ซอก; ฮวาง ฮี-ชาน, อี แจ-ซอง; ซน ฮึง-มิน

สาธารณรัฐเช็ก : โคราญ; ชาลูเป็ค, ฮรานัช, เครจซี; ชูฟาล, เชิร์ฟ, ซูเช็ค, ยูราเซ็ค; โปรว็อด, ซุลช์; ชิค


วิเคราะห์คาดการณ์

ศึกบิ๊กแมตช์ที่สนามกลางนัดนี้เป็นการดวลกันของสองทีมที่มีจุดเด่นและสไตล์การเล่นที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ฝั่งเกาหลีใต้ มีความมั่นใจอย่างมากจากสถิติไร้พ่ายในรอบคัดเลือกและเพิ่งชนะมาสองนัดติดในเกมอุ่นเครื่อง พวกเขามีทีเด็ดในแนวรุกที่รวดเร็วและจัดจ้าน นำโดย ซน ฮึง-มิน และ อี คัง-อิน รวมถึงมี คิม มิน-แจ คอยดูแลความเรียบร้อยในแดนหลัง ขณะที่สาธารณรัฐเช็ก กำลังอยู่ในช่วงที่ท็อปฟอร์มสุดขีดหลังคว้าชัยชนะมา 6 นัดติดต่อกัน และมีทีเด็ดจากรูปร่างที่สูงใหญ่รวมถึงลูกตั้งเตะที่เป็นอาวุธร้ายกาจในการทำประตู อย่างไรก็ดี การต้องลงเล่นในสภาพแวดล้อมที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 2,000 เมตรในประเทศเม็กซิโก อาจจะส่งผลกระทบต่อสภาพร่างกายของนักเตะยุโรปมากกว่านักเตะเอเชียที่มีความฟิตและคุ้นเคยกับความกดดันได้ดี แม้ว่าเกมรุกของเช็กที่มี พาทริค ชิค จะอันตราย แต่การขาดกองหลังตัวหลักของเกาหลีใต้อย่าง โช ยู-มิน ก็น่าจะทำให้มีช่องโหว่ให้เช็กโจมตีได้เช่นกัน รูปเกมคาดว่าจะเปิดแลกกันอย่างสนุก โดยเช็กจะใช้ลูกกลางอากาศเข้ากดดัน ส่วนเกาหลีใต้จะใช้ความเร็วสวนกลับเล่นงาน ด้วยฟอร์มที่แข็งแกร่งและสถิติการทำประตูที่ดีด้วยกันทั้งคู่ มีความเป็นไปได้สูงที่เกมจะจบลงด้วยการแบ่งแต้มกันไปแบบสุดมัน
 

คาดการณ์สกอร์ : เกาหลีใต้ 2-2 สาธารณรัฐเช็ก
 

ข้อมูลที่น่าสนใจ

  • ทีมชนะ: เสมอ - ทั้งสองทีมต่างอยู่ในช่วงฟอร์มที่ดีเยี่ยม โดยเกาหลีใต้ ไม่แพ้ใครในรอบคัดเลือกเอเชียและมีแนวรุกที่อันตราย ส่วนสาธารณรัฐเช็ก ชนะมา 6 นัดติดและมีความแข็งแกร่งจากลูกตั้งเตะ ศักยภาพของทีมสูสีกันมากทำให้มีโอกาสสูงที่จะจบลงด้วยผลเสมอ

  • สกอร์สูง/ต่ำ (Over/Under 2.5 Goals) : สูง - แนวรุกของทั้งสองทีมมีความเฉียบคมเป็นอย่างมาก โดยเกาหลีใต้นำโดย ซน ฮึง-มิน ที่ฟอร์มฮอต ขณะที่เช็กมี พาทริค ชิค และยังมีอาวุธเด็ดจากลูกตั้งเตะและเตะมุมที่พร้อมพังประตู ประกอบกับสถิติเกมอุ่นเครื่องล่าสุดของทั้งสองทีมยิงประตูได้เยอะ ทำให้เกมนี้น่าจะมีสกอร์รวมกันเกินสามประตู

  • Both Teams to Score (BTTS) : ใช่ - ด้วยระบบการเล่นและเกมรุกที่ดุดันของทั้งสองฝ่าย เกาหลีใต้มีแผงมิดฟิลด์และกองหน้าที่จัดจ้านคอยป้อนบอลให้กองหน้าตัวเก่ง ส่วนเช็กก็มีรูปร่างที่สูงใหญ่คอยกดดันในกรอบเขตโทษ อีกทั้งเกาหลีใต้เพิ่งจะเสียกองหลังตัวหลักอย่าง โช ยู-มิน ไปจากอาการบาดเจ็บ ทำให้ทั้งสองทีมมีโอกาสเจาะตาข่ายและทำประตูได้ทั้งสองฝั่ง

  • ทีมได้ประตูแรก : เกาหลีใต้ - ด้วยความเร็วและความคล่องตัวของแนวรุกทัพ"โสมขาว" นำโดย ฮวาง ฮี-ชาน และ อี คัง-อิน น่าจะใช้การประสานงานที่รวดเร็วเล่นงานแผงหลังสามตัวของสาธารณรัฐเช็ก ที่อาจจะยังปรับตัวกับสภาพความสูงเหนือน้ำทะเลได้ไม่เต็มที่ในช่วงต้นเกม และชิงจังหวะพังประตูขึ้นนำได้ก่อน


ปิดโฆษณานี้

ปิดโฆษณานี้